



"ทัวร์สุดโรแมนติก "หัวใจแห่งมอริเชียส""
ลองนึกภาพสถานที่ที่เวลาเดินช้าลง และทุกช่วงเวลาที่อยากใช้ร่วมกัน มอริเชียสไม่ใช่แค่เกาะ แต่เป็นความรู้สึกอบอุ่น สบาย และความใกล้ชิดที่แท้จริง ทัวร์นี้ไม่ใช่แค่การเช็คอินสถานที่ท่องเที่ยว แต่เป็นเรื่องของความรู้สึกและการมองตาที่สื่อความหมายมากกว่าคำพูด
ไฮไลท์:
- ทริปสุดโรแมนติกทางตอนใต้ของมอริเชียส บรรยากาศแห่งความเป็นส่วนตัว ธรรมชาติ และอารมณ์ที่แท้จริง
- ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่ไม่เหมือนใคร ดิน 7 สีแห่งชามาแรลกับทิวทัศน์เหนือจริง
- เยี่ยมชมน้ำตกชามาแรลอันน่าประทับใจ ซึ่งเป็นหนึ่งในน้ำตกที่สูงที่สุดบนเกาะ
- ทัศนียภาพมุมกว้างและป่าฝนของอุทยานแห่งชาติแบล็คริเวอร์กอร์จ
- ชิมเหล้ารัมท้องถิ่นที่โรงงาน Rhumerie de Chamarel
- วิวทะเลและโขดหินอันน่าทึ่งที่แหลมกริ-กริ
- รับประทานอาหารกลางวันในบรรยากาศบ้านยุคอาณานิคมในศตวรรษที่ 19 พร้อมอาหารรสเลิศ
- ไกด์นำเที่ยวและคนขับรถมืออาชีพ
- รถยนต์ที่สะดวกสบาย
- จองโต๊ะในร้านอาหารในบ้านยุคอาณานิคม
- ค่าเข้าชม
- อาหารกลางวันที่บ้านยุคอาณานิคม
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัว
- ชิมเหล้ารัมท้องถิ่น - เริ่มต้นที่ 10 ยูโรต่อคน
Itinerary:
การเดินทางของคุณเริ่มต้นด้วยการค้นพบทางตอนใต้ของมอริเชียส ภูมิภาคที่ธรรมชาติเผยให้เห็นความงามที่ดิบและบริสุทธิ์อย่างเต็มที่
จุดแรกคือปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่ไม่เหมือนใคร ดิน 7 สีแห่งชามาแรล เนินทรายเป็นคลื่นที่มีเฉดสีแดง ม่วง และสีเหลืองทราย สร้างภูมิทัศน์ที่ไม่เหมือนใครบนโลก
จากนั้นคุณจะได้ไปเยี่ยมชมน้ำตกชามาแรลอันน่าประทับใจ ซึ่งเป็นหนึ่งในน้ำตกที่สูงที่สุดบนเกาะ ล้อมรอบด้วยพืชเขตร้อนที่เขียวชอุ่ม
จากนั้นเส้นทางจะผ่านอุทยานแห่งชาติแบล็คริเวอร์กอร์จ ซึ่งเป็นหัวใจของธรรมชาติที่บริสุทธิ์ของมอริเชียส ที่นี่คุณจะได้พบกับทัศนียภาพมุมกว้างอันน่าทึ่งของป่าฝนเขตร้อน รวมถึงการหยุดที่จุดชมวิวที่น้ำตกอเล็กซานดรา
ส่วนของการทำอาหารของทัวร์รวมถึงการเยี่ยมชม Rhumerie de Chamarel ซึ่งเป็นโรงงานผลิตเหล้ารัมที่มีชื่อเสียง ซึ่งคุณจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับกระบวนการผลิตและลิ้มรสเหล้ารัมท้องถิ่น
จุดสุดยอดคือการเดินทางไปยังชายฝั่งทางใต้ แหลมกริ-กริ ที่ซึ่งคลื่นอันทรงพลังของมหาสมุทรอินเดียกระทบกับโขดหิน สร้างภาพที่น่าประทับใจ
การสิ้นสุดวันคืออาหารกลางวันที่บ้านยุคอาณานิคมในศตวรรษที่ 19 ซึ่งคุณจะได้พบกับอาหารรสเลิศและเสน่ห์พิเศษของมอริเชียสในอดีต
ทัวร์นี้เป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และอาหาร ทำให้คุณได้เห็นเกาะในแบบที่คนท้องถิ่นรู้จักและชื่นชอบ



